2008/May/24

1-3

 

 

 

 

๑.
ความหยิ่งยะโสโอหังของมนุษยชาติ จะลดระดับลงทันที
เมื่อเห็น และเข้าใจถึงความใหญ่โตของธรรมชาติ
ที่เมื่อมองจากด้านบนแล้ว...
สำหรับโลกใบนี้
คน กับจุลินทรีย์เซลล์เดียว อาจไม่ได้มีคุณค่าแตกต่างกันซักเท่าไหร่

เวลาที่มีพายุฝน ลมแรงพัดเข้ามาแบบบ้าคลั่ง
มีมนุษย์คนไหนเก่งกาจพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวบนฟ้านั่นได้หรือไม่
จริงๆ เราควรจะนึกขอบคุณธรรมชาติทุกครั้ง ที่ยังเมตตาสิ่งมีชีวิตๆ อย่างเราๆ อยู่บ้าง
ในบางที่...บางเวลา

...

๒.
ความรู้สึกบางอย่าง ยังคอยตามหลอกตามหลอนในใจตัวเองอยู่
การพยายามที่จะลืมอะไรซักอย่าง มันยาก จนแทบไม่น่าเชื่อว่า
ในบางเวลามีคนจำภาพเราเป็นมนุษย์โง่ๆ ที่ขี้ลืมคนนึง

แล้วทำไมเวลาที่อยากจะลืมอะไร
กลับทำไม่ได้เลย

...

๓.
ความเหงา ชอบแทรกซึมเข้ามาตรงช่องว่างระหว่างหัวใจ กับหน้าจอคอม.
เสียง Alert ของ Skype ยังคงทำให้เราคิดถึงใครคนอื่น
มากกว่าคนที่พิมพ์ข้อความมาหา ณ เวลานั้นๆ

ริงโทนเสียงที่ตั้งไว้ สำหรับใครคนนึง
แทบจะไม่มีโอกาสได้ดังขึ้นอีกแล้ว
แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนี้...จากที่ไหนก็ตาม
เรายังคงคิดถึงอยู่

ทางเดินออกจากห้องน้ำ ไปยัง B2S ที่เอสพลานาด
กลายเป็นตำแหน่งเดียวของทั้งห้างที่เราไม่กล้าจะเดินไปเหยียบอีกครั้ง
แม้จะพยายามกลับไปที่นั่นให้บ่อยขึ้น แบบไม่จำเป็น
ที่แรก และที่สุดท้าย
ทำไมถึงลืมไม่ได้ซักที

ทั้งที่มันควรจะฉาบฉวยกว่านี้
แต่ยิ่งนาน...
ยิ่งรู้ว่ามันไม่ใช่...สำหรับเรา
แต่สำหรับเค้า มันอาจจะฉาบฉวย และตื้นเขิน
เหมือนที่มันควรจะเป็น

ความเจ็บปวดไม่ได้ถูกหารกันอย่างลงตัว
มันจะเทไปหาคนที่ฝังใจมากกกว่า
รักมากกว่า
และลืมช้ากว่า
น่าจะเป็นแบบนั้นเสมอ

โลกไม่มีความยุติธรรมอยู่แล้วหนิเนอะ!!!

 

Comment

Comment:

Tweet